ราคาล่าสุด BMW 5 Series Sedan (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซีดาน) ทุกรุ่น สัมผัสใหม่ที่หรูหราอย่างมีระดับ

by

การออกแบบภายนอก

” ถ้าแค่ภายนอกของตัวรถยังมองดูแล้วไม่มีพลัง ก็คงยากที่จะทำให้เชื่อได้ว่ารถคันนั้นมีสมรรถนะที่ดีในการขับขี่ เราจึงต้องออกแบบให้รูปลักษณ์ของรถ สามารถสัมผัสได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน เปรียบเสมือนกับพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ เราต้องรู้วิธีที่จะดึงสิ่งนั้นออกมา แสดงออกให้เห็นเป็นรูปธรรม ที่สัมผัสและรู้สึกได้จริง ” อันเดรียน แวน ฮอยดอง หัวหน้าทีมออกแบบ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

exterior_design_01_1600x1200_resize

exterior_design_03_1600x1200_resize

รุ่น / ราคา บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ 5 BMW Series 5

  • BMW 520d ราคา 3,699,000 บาท
  • BMW 525d ราคา 4,249,000 บาท
  • BMW 520i ราคา 3,599,000 บาท
  • BMW 528i ราคา 4,099,000 บาท
  • BMW 528i Sport ราคา 4,299,000 บาท

การออกแบบภายใน

wallpaper_24_1600x1200_resize

interior_02_1600x1200_resize

” ภายในหรูหราและแฝงไปด้วยพลัง ถ่ายทอดจากจุดเริ่มต้นของเส้นสายที่ไหลผ่านแผงอุปกรณ์ด้านหน้า ไปจนถึงประตู เมื่อคุณได้นั่งในรถคันนี้ จะสัมผัสได้ทันทีถึงการออกแบบอย่างประณีต ทุกวัสดุในการ ผลิตล้วนคัดสรรแล้วว่าดีที่สุด เป็นประสบการณ์อันสมบูรณ์แบบที่รถยนต์ทั่วไปไม่อาจมอบให้คุณได้ ” อันเดรียน แวน ฮอยดอง หัวหน้าทีมออกแบบ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

การเผาไหม้เครื่องยนต์ที่สมบูรณ์แบบ

แม้เครื่องยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบแล้ว แต่ทีมวิศวกรจากบีเอ็มดับเบิลยู ก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง เพราะระบบเผาไหม้เป็นหัวใจสำคัญของสมรรถนะเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มพลังและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้ดีที่สุด

wallpaper_12_1600x1200_resize

ยังมีส่วนอื่นอีกมากที่เป็นองค์ประกอบสำคัญซึ่งส่งเสริมให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะ เช่น ระบบ Direct Injection คอมมอนเรล, ระบบ Turbochargers ที่มาพร้อมกับ variable geometry, ระบบ Twin Scroll และ ระบบเครื่องยนต์ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ คือนวัตกรรมที่ช่วยให้เครื่องยนต์เล็กลง มีน้ำหนักเบา และทรงประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยเป็น

ระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่อัตโนมัติจากการเบรก

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การเบรก หมายถึงการสูญเสียพลังงาน แต่ความเชื่อนี้ต้องหมดไป ด้วยระบบ Brake Energy Regeneration ที่สามารถชาร์จพลังงานให้กับแบตเตอรี่ได้ในขณะที่คุณเหยียบเบรก

electric_power_steering_1600x1200_resize

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะเริ่มทำงานและเปลี่ยนพลังงานจลน์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้า เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จพลังงานจนเต็ม เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะหยุดทำงานเพื่อให้เครื่องยนต์ลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น นั่นหมายถึงว่าคุณจะมีพลังงานเหลือเฟือสำหรับการเร่งความเร็ว และเครื่องยนต์จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะ

ระบบบังคับเลี้ยวแบบแอกทีฟ

คุณจะสัมผัสได้ถึงการขับขี่ที่ต่อเนื่องคล่องตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ล้อหลังจะสามารถหมุนไปในทิศทางเดียวกัน หรือตรงข้ามกับล้อหน้าได้มากที่สุดถึง 3 องศา เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และมีเสถียรภาพมากขึ้นในทุกๆ สถานการณ์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นโค้งมุมแคบ หรือแม้ในที่จอดรถ ระบบบังคับเลี้ยวแบบแอกทีฟช่วยให้ทุกการเข้าโค้งง่ายขึ้น

ในความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. ล้อหน้าและล้อหลังจะหมุนไปในทิศทางตรงกันข้ามกัน เพื่อลดวงเลี้ยวและทำให้มั่นใจได้ว่าทุกการเข้าโค้งแม่นยำ และง่ายดาย

background (2)_resize

ในความเร็วสูงกว่า 80 กม./ชม. ล้อหน้าและล้อหลังจะหมุนไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อการยึดเกาะถนนที่มั่นคงในขณะที่เปลี่ยนเลนด้วยความเร็ว

ระบบบังคับเลี้ยวแบบแอกทีฟในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 จะสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยความมั่นคงในการเปลี่ยนเลน ทุกการเข้าโค้งที่แม่นยำ และการจอดรถที่ทำได้อย่างง่ายดาย

เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมด้วย Steptronic

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Steptronic ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล แต่ยังช่าวลดเสียงอันไม่พึงประสงค์ในขณะที่เร่งความเร็ว และช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

8_gear_automatic_transmission_resize

การเพิ่มเกียร์จะช่วยลดจังหวะการหมุนของรอบเครื่องยนต์ระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ ดังนั้นอัตราทดเกียร์จะสั้นมาก ในขณะเดียวกันเครื่องยนต์จะยังคงสมรรถนะความแรงไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบเกียร์ 8 จังหวะนี้ จะช่วยลดอัตราเร่งเมื่อใช้ความเร็วสูง ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกใช้ได้ทั้งการขับขี่ด้วยโหมดเกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติ

ระบบพวงมาลัยแบบ Electromechanical

ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบเดิมนั้นจะทำงานควบคู่กับมอเตอร์แบบไฮดรอลิกซึ่งใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ตลอดเวลา แต่ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า หรือ Electromechanical power steering จะเริ่มทำงานก็ต่อเมื่อคุณหมุนพวงมาลัยในขณะเข้าโค้งเท่านั้น

ด้วยเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics พวงมาลัยจะใช้พลังงานไฟฟ้ามาแทนที่การใช้งานมอเตอร์แบบไฮดรอลิกที่กินพลังงานจากเครื่องยนต์และน้ำมัน

แต่ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้าจะเริ่มทำงานก็ต่อเมื่อคุณหมุนพวงมาลัยเท่านั้น นั่นหมายถึงในขณะที่คุณขับขี่บนถนนทางตรง และจับพวงมาลัยนิ่งๆ มอเตอร์ไฟฟ้าก็จะไม่ทำงานและไม่ทำให้สูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

เครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู เบนซินสี่สูบ TwinPower Turbo

4-cylinder-petrol-engine-0911_resize

สมบูรณ์พร้อมสำหรับทุกเส้นทาง แต่ขีดสุดของการพัฒนายังไม่หยุดนิ่ง เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยความคิด พร้อมผลักดันทุกศักยภาพไปอีกขั้น
การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมยนตรกรรมทุกๆครั้ง คือเป้าหมายของวิศวกรทุกคนที่บีเอ็มดับเบิลยูเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของพลังขับ เคลื่อนสูงสุดและเต็มประสิทธิภาพ และนี่คืออีกครั้งของมาตรฐานใหม่ของ เครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู เบนซินสี่สูบ ใน บีเอ็มดับเบิลยู 520i และ 528i กับขุมพลังจาก BMW TwinPower Turbo เทคโนโลยีเฉพาะของบีเอ็มดับเบิลยู ที่รวม Twin Scroll turbo charger พร้อม Valvetronic, วาล์วแปรผัน double-vanos และหัวฉีดที่แม่นยำเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ประกอบร่วมกันนี้ได้ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดี เยี่ยมและลดการสิ้นเปลืองน้ำมันไปได้พร้อมๆกัน และนี่คือผลงานที่เราภาคภูมิใจ

บีเอ็มดับเบิลยู 528i กับแรงขับเคลื่อน 160 กิโลวัตต์ (218 แรงม้า) ที่เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.9วินาที ด้วยอัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยที่ 15.4 กม./ลิตร และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เหลือเพียง 152 กรัมต่อกิโลเมตร และบีเอ็มดับเบิลยู 520i กับมาตรฐานใหม่ของประสิทธิภาพ ที่แรงขับเคลื่อน 135 กิโลวัตต์ (184 แรงม้า) ใช้เวลา 8 วินาทีเพื่อเร่งถึงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่เครื่องยนต์สี่สูบใช้น้ำมันเพียง 15.6 กม./ลิตร และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เหลือเพียง 152 กรัมต่อกิโลเมตร

เครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ดีเซลสี่สูบ TwinPower Turbo

4-cylinder-diesel-engine-0911_resize

ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้ต่ำกว่า 140กรัม ในทุกๆกิโลเมตรที่วิ่ง อาจเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินไปของรถยนต์ซีดานทั่วๆไป แต่เครื่องยนต์ดีเซลสี่สูบใน บีเอ็มดับเบิลยู 520d และ 525d ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริงและเป็นไปได้โดยง่ายดาย

บีเอ็มดับเบิลยู 525d โดดเด่นในด้านสมรรถนะการขับขี่มาพร้อมกับความน่าประทับใจในแง่การประหยัดพลังงาน ขอบคุณเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo, ระบบฉีดน้ำมันคอมมอนเรล และหัวฉีดเทอร์โบสองจังหวะ ที่สร้างสรรค์สุดยอดสมรรถนะแห่งอนาคต ซึ่งเทคโนโลยีอัจฉริยะที่รวมกันนี้ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและลดการสิ้นเปลืองน้ำมันไปได้พร้อมๆกัน และ บีเอ็มดับเบิลยู 525d ดีเซล คืออีกหนึ่งผลงานที่เราภาคภูมิใจ กับแรงขับเคลื่อน 160 กิโลวัตต์ (218 แรงม้า) ที่เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7วินาที ด้วยอัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ยที่ 20.8 กม./ลิตร

380 นิวตันเมตร และ 135 กิโลวัตต์ (184 แรงม้า) อาจเป็นสิ่งที่ยากเกินเอื้อมของเครื่องยนต์ทั่วๆไป แต่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลสี่สูบ บีเอ็มดับเบิลยู 52od ก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นไปได้ แบบสุนทรียภาพในการขับขี่ พร้อมสมรรถนะที่น่าประทับใจ ด้วยแรงบิด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,750 ถึง 2,750 รอบ โดยที่ใช้น้ำมันเพียง 21.3 4.7 กม./ลิตร เป็นผลลัพธ์อันน่าทึ่งอีกข้อจากประสิทธิภาพระดับนี้ ให้คุณไปไกลได้ถึง 1,450 กม. ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง

* ข้อมูลตัวเลขทั้งหมดอ้างอิงจากกลไกการทดสอบของ EU และแตกต่างกันไปตามชนิดของยางที่ใช้ทดสอบ

ระบบควบคุมการขับขี่แบบไดนามิก

integral_active_steering_1600x1200_resize

วันนี้คุณต้องการขับขี่แบบไหนสามารถเลือกได้ ระบบควบคุมการขับขี่แบบไดนามิกที่ได้รับการติดตั้ง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในรถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 ซีดาน จะทำให้คุณสามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างใจ เพื่อทุกการขับขี่ที่มั่นคงและสะดวกสบายทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

เพียงแค่สัมผัส Paddle ที่อยู่ข้าง Gearshift ก็สามารถเปลี่ยนระบบการขับขี่จากแบบ Normal เป็น แบบ Sport ได้อย่างง่ายดาย เครื่องยนต์จะตอบสนองการเร่งความเร็วอย่างเป็นธรรมชาติ และเกียร์ 8 จังหวะพร้มด้วย Steptronic จะช่วยเร่งรอบเครื่องยนต์ให้เร็วขึ้นก่อนที่จะเปลี่ยนเกียร์อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันจะช่วยให้คุณเข้าโค้งได้ในความเร็วที่มากขึ้นอย่างมั่นคง เมื่อคุณสัมผัส Paddle อีกครั้งในโหมด Sport

ระบบควบคุมการขับขี่แบบไดนามิกจะทำให้คุณสามารถสัมผัสอีกขั้นของความเร้าใจในการขับขี่ ส่วนโหมดการขับขี่แบบ Normal จะแสดงอยู่ใต้แผงหน้าปัด ในการขับขี่โหมด Sport จะช่วยเพิ่มพลังให้แก่เครื่องยนต์และระบบแชสซี ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนไป อย่างรวดเร็ว และหากขับขี่สภาพถนนที่ไม่ดี ยังยังสามารถใช้ระบบควบคุม iDrive เพื่อช่วยในการควบคุมให้ง่ายขึ้นได้อีกด้วย

แชสซี

chassis_3_1600x1200_resize

ความแข็งและนุ่มนวล น้ำหนักเบาและความแข็งแรง ความไดนามิกและความปลอดภัย ทั้งหมดนี้คือคู่ตรงข้ามที่ได้รับการผสมผสานอย่างลงตัวบนแชสซีในรถ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 ซีดาน คู่แกนเพลาหน้าและแกนเพลาหลังที่มีส่วนผสมของวัสดุอะลูมิเนียม คือเคล็ดลับที่ทำให้รถคันนี้ ตอบสนองทุกความต้องการของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้สูงสุด

คุณจะพบกับการขับขี่ทีรื่นรมย์และสะดวกสบาย ด้วยเพลาล้อหลัง สไตล์ integral V ซึ่งมีในรถบีเอ็มดับเบิลยูเท่านั้น ช่วงล่างของล้อจะถูกยกขึ้น ใต้โครงสร้างแกนหลัง เพลาหมุนและตัวควบคุมเพลา ทั้งสามอัน ทำให้มั่นใจได้ว่ารถคันนี้จะมีความคล่องตัวสูงสุด ในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 ซีดาน ได้ทำการยกช่วงล่าง Self-levelling air suspension ที่ด้านหลังขึ้น เพื่อให้รถยนต์ลดความกระด้างจากพื้นถนนเพิ่มความสะดวกสบายสูงสุดต่อผู้โดยสารตลอดทุกเส้นทาง เพลาคู่หน้าเสริมให้ล้อยึดเกาะบนถนนอย่างแนบแน่น ช่วงล่างจะทำปฎิกริยาเพิ่มการยึดเกาะกับพื้นผิวถนน ในขณะที่เค้าโค้ง โครงสร้างอะลูมินเนียมจะช่วยกำจัดน้ำหนักที่ไม่จำเป็น ในขณะเดียวกันก็เสริมความแข็งแรง ให้กับโครงสร้างของรถ

ในกรณีที่เกิดการชนจะสามารถช่วยลดแรงกระแทกป้องกันผู้โดยสารให้อยู่ในความปลอดภัยสูงสุด ในโหมดการขับขี่แบบสปอร์ตจะช่วยให้การขับขี่นั้นราบรี่น ดูดซับแรงสะเทือนที่อาจเกิดขึ้น ในห้องโดยสาร เพิ่มความสบายสูงสุดให้กับทุกการเดินทางไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ที่ตำแหน่งใดในห้องโดยสาร

ยาง Runflat

บอกลาการเปลี่ยนยางริมข้างทางไปได้เลย ด้วยเทคโนโลยีการเสริมความแข็งแรงของแก้มยาง (side-wall reinforcement) ทำให้ยาง Runflat สามารถวิ่งต่อไปได้อีกถึง 150 กม. หลังจากยางแบน คุณจึงไม่จำเป็นต้องมียางอะไหล่อีกต่อไป อีกทั้งยังทำให้น้ำหนักของตัวรถลดลง และเพิ่มพื้นที่ให้คุณมากขึ้น แล้วยังเพิ่มระบบวัดลมยาง (TPI) ที่จะช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบ เมื่อลมยางอ่อนลง

ระบบควบคุมฟังก์ชั่นอัจฉริยะ iDrive

idrive_teaser_1_resize

หมุนขวาคือการเริ่มการทำงาน หมุนซ้ายเพื่อกลับเข้าสู่รายการเดิม และกดปุ่มเพื่อเลือกการใช้งาน คุณจะสามารถเข้าใจในการทำงานของระบบควบคุมฟังก์ชั่นอัจฉริยะ iDrive ได้ง่ายอย่างดาย

แล้วคุณจะสามารถควบคุมฟังก์ชั่นทั้งหมดของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 ใหม่ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิเช่น ระบบแผนที่นำทาง (Navigation System) โทรศัพท์ และการฟังเพลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น Favorite ที่สามารถบันทึกฟังก์ชั่นต่างๆ

ที่คุณใช้เป็นประจำเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เช่น สถานีวิทยุ เส้นทางการเดินทาง และเบอร์โทรศัพท์ แสดงผลผ่านหน้าจอสีขนาดใหญ่ 7 นิ้ว ให้คุณมองเห็นทุกข้อมูลได้อย่างชัดเจน และเมื่อคุณเลือกใช้ระบบแผนที่นำทาง (Navigation System Professional) หน้าจอแสดงผลจะมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 10.2 นิ้ว ทันทีโดยอัติโนมัติ

ระบบ Comfort Access

comfort_access_teaser_1_resize

ไม่ต้องเสียเวลาหากุญแจรถในกระเป๋าของคุณอีกต่อไป ด้วยระบบ Comfort Access เพียงแค่คุณเดินเข้าไปใกล้รถบีเอ็มดับเบิลยู เปิดประตูรถและกดปุ่ม Start เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ เซ็นเซอร์ของระบบ Comfort Access จะทำงานเพื่อส่งข้อมูลกับกุญแจรถของคุณโดยอัตโนมัติ

เพียงคุณเข้าใกล้รถในระยะ 1.5 เมตร เซ็นเซอร์ของระบบ Comfort Access จะสื่อสารกับกุญแจรถของคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่กระเป๋าเสื้อ กระเป๋าถือหรือกระเป๋าเอกสาร เพียงแค่คุณสัมผัสที่ประตูรถยนต์ประตูก็จะทำการปลดล็อคโดยอัตโนมัติ

เมื่อคุณเข้าสู่ห้องโดยสารระบบจะสั่งให้ปุ่ม Start/Stop ทำงาน เพียงแค่คุณกดปุ่ม ก็สามารถเริ่มขับขี่ได้ทันที เมื่อถึงที่หมาย เพียงคุณกดปุ่มด้านนอกของประตู ระบบจะล็อคประตูให้โดยอัตโนมัติ และยังหมดกังวลถึงการล็อครถโดยที่กุญแจยังอยู่ในรถ เนื่องจากระบบล็อคจะไม่ทำงานตราบใดที่กุญแจยังอยู่ในรถ

เบาะนั่งแบบ Comfort Seat

background (1)_resize

เบาะนั่งแบบ Comfort Seat สามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับสรีระของหลังแต่ละคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้นั่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน คุณก็มั่นใจได้ว่าจะถึงที่หมายอย่างสดชื่น

การปรับพนักพิงที่หลากหลาย และทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ระบบ comfort Seat จึงสามารถตอบสนองความสบายในการนั่งของแต่ละคนได้อย่างดี โดยสามารถปรับได้ตั้งแต่ ความสูง ความเอียงของที่นั่งและพนักพิง รวมถึงความลึกของที่นั่ง ความสูงและความลึกของที่รองรับบั้นเอว

ภายในที่รองรับบั้นเอวคือลม ซึ่งคุณสามารถปรับได้ตามต้องการ ตามหลักสรีระศาสตร์ เพื่อลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อหลัง และให้คุณเดินทางอย่างสบายที่สุดในรถบีเอ็มดับเบิลยู

ระบบแผนที่นำทาง (Navigation system Professional)

navigation_professional_teaser_1_resize

ระบบแผ่นที่นำทางของรถบีเอ็มดับเบิลยู มาพร้อมกับหน้าจอสีและแผนที่แบบสามมิติ และการทำงานที่ง่ายกว่าเคย ให้คุณไปถึงที่หมายได้อย่างสะดวกสบาย
ด้วยการทำงานกับระบบ GPS ระบบจะรับรู่ที่อยู่ปัจจุบันของคุณและในรัศมี 10 เมตร ด้วยข้อมูลเหล่านี้ ระบบจะคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุดเพื่อไปสู่จุดหมายของคุณ และจะนำทางคุณในทุกขั้นตอน ด้วยภาพบนมอนิเตอร์และลูกศรเพื่อชี้ทาง และเสียงบอกทางเพื่อการขับขี่ที่ถูกต้องและง่ายดาย

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลแผนที่ของพื้นที่บริเวณนั้น ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการซูมภาพแบบความละเอียดสูง (จาก 1000 กม ถึง 100 ม.) และหน้าจอสัดส่วน 16:9 ยังมีฟังก์ชั่นแบ่งหน้าจอเพื่อทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ อาทิ การแสดงผลของระบบแผนที่นำทาง และจากระบบออนบอร์ดคอมพิวเตอร์

chassis_1_1600x1200_resize exterior_design_02_1600x1200_resize